ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 23, 2018, 03:51:51 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ประกาศ การกระทำใดๆ  เพื่อที่จะให้กระทู้ตัวเองมาอยู่อันดับต้นๆ ประจำ หากพิจารณาแล้วว่า ไม่เกิดประโยชน์กับผู้เข้าชม  ก็รับสิทธิ์โดนแบนเหมือนกันครับ

ที่พักเชียงใหม่ | ที่พักเชียงใหม่นิมมานเหมินทร์ | ที่พักเชียงใหม่ถนนคนเดินวันเสาร์ | ที่พักเชียงใหม่ถนนคนเดินวันอาทิตย์ | ที่พักเชียงใหม่ในเมือง | ที่พักเชียงใหม่ประตูท่าแพ | ที่พักเชียงใหม่ใกล้สนามบิน | ที่พักแม่ริม | ที่พักหางดง | ที่พักดอยอ่างขาง | ที่พักปาย | ที่พักเชียงราย | ที่พักแม่ฮ่องสอน | ที่พักปายใกล้ถนนคนเดิน | ที่พักปายติดแม่น้ำ

จองที่พักราคาถูกทั่วประเทศโทร 053266550-2  |  เชียงใหม่ - ข้อมูลเกี่ยวกับเชียงใหม่ - ที่พัก โรงแรม การเดินทาง วัดจังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหาร สถานที่เที่ยวกลางวัน กลางคืน ฯลฯ  |  แนะนำ น้ำตกที่น่าเที่ยวของเชียงใหม่  |  หัวข้อ: น้ำตกหมอกฟ้า : สายหมอกของธารน้ำ 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำตกหมอกฟ้า : สายหมอกของธารน้ำ  (อ่าน 3780 ครั้ง)
Dockaturk
Hero Member
*****
กระทู้: 811



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 11:45:02 PM »


หลังจากที่พาตัวเองไปเตร็ดเตร่แถวเขื่อนแม่งัด ถัดมาอีกวันผมก็พาร่างตัวเองฝ่าแดดร้อนๆ ตอนบ่ายสองมาหอบเอาความเย็นที่น้ำตกหมอกฟ้า ใน อ.แม่แตง ที่ตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ –ดอยปุย

น้ำตกหมอกฟ้า
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย หากเดินทางโดยรถประจำทางสามารถขึ้นได้ที่สถานีขนส่ง จังหวัดเชียงใหม่ (อาเขต) เพื่อขึ้นรถสายเชียงใหม่ - ปาย แล้วลงรถตรงปากทางเข้าน้ำตกหมอกฟ้า จากนั้นเดินเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือหากนำรถไปเอง ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107) ถึงทางแยกบ้านแม่มาลัย อ.แม่แตง เลี้ยวซ้ายตามถนนสายแม่มาลัย-ปาย (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1095) รวมระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร

ผมยังคงใช้เส้นทางเดิม และยานพาหนะเดิมนั่นก็คือเจ้ามอเตอร์ไซค์แม่บ้านคู่ใจ ขับมุ่งขึ้นเหนือจากตัวเมือง ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 107 สี่เลนราดยางอย่างดี ก่อนจะเลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1095 ที่จะมุ่งหน้าสู่ อ.ปาย อันเป็นเส้นทางเดียวกันที่จะพาเราไปยังน้ำตกหมอกฟ้า

จากถนนสี่เลนปรับมาเป็นสอง เบื้องหน้ามีเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ และทำให้เรารู้สึกตัวเล็กในเวลาเดียวกัน เจ้ามอเตอร์ไซค์คันเก่งของผมวิ่งลัดเลาะผ่านหมู่บ้าน และจากปากทางแยกทางหลวง 107 ก็วิ่งรถมาราวๆ 20 กิโลเมตร เป็นอันว่าถึงตัวน้ำตก ที่ซ้ายมือจะมีป้ายชี้ให้เลี้ยวเข้าไปไม่ไกลนัก

จากถนนเส้นหลัก เมื่อหักเลี้ยวเข้ามา อากาศก็เริ่มแปรเปลี่ยน จากร้อนมาเป็นเย็น เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ ถนนมุ่งหน้าขึ้นสู่ความชัน และลาดลงเมื่อถึงตัวน้ำตก ที่อยู่ในส่วนหนึ่งของอุทยาน

ซ้ายมือเป็นลานกว้างๆ เอาไว้จอดรถ มีห้องน้ำห้องท่า ร้านค้าสวัสดิการ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้เราต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 40 บาทกัน ผมถามเจ้าหน้าที่ว่าสามารถใช้บัตรนี้เข้าชมโป่งเดือดป่าแป๋ ที่อยู่ห่างออกไปจากนี้ได้มั้ย เธอบอกว่าถ้าไปเที่ยวที่นั้นก็ต้องซื้ออีกใบ เพราะอยู่อุทยานคนละส่วนกัน แต่ถ้าซื้อที่นั้น มันก็สามารถใช้เข้าชมส่วนต่างๆ ในโซนของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังกันได้

ก็ยังถือว่าแจ๋วนะ

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ผมต้องสับตีนไปอีกราวๆ 400 เมตรด้วยกัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตก ซึ่งเป็นทางเดินเล็กๆ เลียบไปตามลำธาร และน้ำในลำธารก็คือน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกนั่นเอง

ระหว่างทางเดินสวนมา มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และชาวไทย ซึ่งดูๆ ไปแล้วพวกเขาค่อยข้างที่จะพอใจกับการไปสัมผัสน้ำตกที่นั้น เมื่อสังเกตจากใบหน้า และรอยยิ้มที่อิ่มเอม

ก่อนไปถึงน้ำตก ผมสละเวลาไปพอสมควรกับการเดินชมลำธารไปเรื่อยๆ แบบสบายใจ ซึ่งจะบอกว่าใจเย็น เหมือนความเย็นในลำธาร ก็คงจะถูก เพราะบรรยากาศมันเชิญชวนกันเสียยิ่งกระไรนี่ครับ ไหนจะลำธารไหลเอื่อยๆ ผ่านซอกหิน แมกไม้นานาพันธุ์อันเขียวชอุ่ม มีเสียงน้ำไหล กับเสียงนกร้องสลับกัน นี่แหละเขาเรียกว่าความสุขแบบธรรมชาติ ที่หาได้ไม่ยาก หากตั้งใจหยุดฟังเสียง


* DSCF0555.JPG (499.1 KB, 800x1067 - ดู 49 ครั้ง.)

* DSCF0560.JPG (641.59 KB, 800x600 - ดู 408 ครั้ง.)

* DSCF0562.JPG (698.1 KB, 800x600 - ดู 406 ครั้ง.)

* DSCF0550.JPG (405.56 KB, 800x600 - ดู 405 ครั้ง.)

* DSCF0563.JPG (612.63 KB, 800x600 - ดู 401 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2017, 02:57:23 AM โดย TripChiangmai » บันทึกการเข้า
Dockaturk
Hero Member
*****
กระทู้: 811



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 11:45:29 PM »


แต่ความสุขจะผ่านไปอย่างหรรษา มาเที่ยวน้ำตกในป่าไพรแบบนี้ ต้องมียาทากันยุง กันแมลงกันด้วย เพราะในระหว่างที่เดินเล่น หรือนั่งถ่ายภาพริมลำธาร มีแมลงบินมาตอมกวนใจกันพอสมควร

หลังจากเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวระหว่างทาง ก็ได้เวลาไปยลโฉมน้ำตกกัน ก่อนมาจากที่คิดไว้ และเห็นภาพจากในเน็ตว่าเป็นยังไง พอเจอของจริงสวยกว่าที่คิดไว้เยอะกันเลย นี่แหละที่เขาเรียกว่าตาคือกล้องที่ที่ดีสุดสำหรับเรา

ผมถอดรองเท้าเดินลุยลงไปกลางลำธารที่ไหลเอื่อยๆ เพื่อหามุมกล้องที่ดีที่สุดในการลั่นชัตเตอร์ แต่เดินๆ ไปก็พบว่า ชักจะลึกจนเลยหัวเข่าและกางเกงจะเปียกเอา เลยเดินวนกลับขึ้นจากฝั่ง แล้วเดินเหยียบก้อนหินข้ามลำธารมาถ่ายอีกมุม

ตรงนี้จะอยู่ใกล้กับน้ำตกมาก แน่นอนเหลือเกินล่ะว่า ละอองน้ำเย็นๆ ซ่านกระเซ็นมาโดนให้ชื่นใจ เป็นความรู้สึกที่ว่าเราได้มาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

เลนส์แว่นเริ่มเปียก พร้อมๆ ทั้งเลนส์กล้องรวมทั้งเสื้อผ้า ตามความเป็นจริงผมค่อนข้างที่จะหงุดหงิดง่ายหน่อยถ้าแว่นตัวเองเปียก แต่หนนี้คงต้องละเว้นไว้ เพราะเราพอใจไปกับละอองน้ำเย็นๆ เหล่านั้น

ผมนั่งซึมซับดูสายน้ำที่ไหลลงมาราวกับสายหมอก ที่เป็นชื่อของน้ำตกอยู่ซักครู่ ก็คิดว่าถึงเวลาอันสมควรที่แล้วที่ตัวเองจะออกเดินทางต่อเพื่อไปเที่ยวโป่งเดือดป่าแป๋กัน แต่หลังจากเหลือบดูนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง ก็พบว่าเวลามันกระชั้นชิดเกินไป ฉะนั้นวันนี้ก็ขอเสพน้ำตกอย่างเดียวก็แล้วกัน

ว่าแล้วก็เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เสื้อผ้าผมก็ปลดเปลื้องออกวางบนก้อนหิน เหลือเพียงเจ้ากางเกงขาสั้นตัวเดียวที่เอานุ่งไว้เล่นน้ำ แน่นอนเมื่อมาถึงจุดนี้ คงไม่ต้องบอกนะว่าผมจะทำอะไร

1-2-3 วิ่งกระโดดลงแอ่งน้ำตกอย่างไว ความเย็นชื่นใจแผ่ไปทั่วตัว คิดไม่ผิดที่ตัวเองยอมเอาตูดมาแช่น้ำที่นี้ เล่นเหมือนเด็กๆ

และความเป็นเด็กนี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกสนุกทุกครั้งเวลาเดินทางออกท่องเที่ยว โดยที่ไม่ต้องให้ความเป็นผู้ใหญ่มาสร้างกรอบ สร้างกำแพงกั้นว่า แบบนี้ผู้ใหญ่เขาไม่เล่น ไม่ทำกันนะ ที่สำคัญอีกอย่าง ความเป็นเด็กทำให้เราอยากเรียนรู้ อยากรู้จักอะไรหลายอย่างรอบๆ ตัว เปิดตัวเอง เปิดความคิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา เหมือนกับตอนที่เราเข้าเรียนชั้นอนุบาลใหม่ๆ กันเลย

และตอนนี้วิชาที่กำลังเรียนรู้ น่าจะมีชื่อที่เรียกว่า วิชาผจญภัย ไปกับน้ำตกหมอกฟ้า มีอาจารย์ที่ชื่อว่า “ธรรมชาติ” เป็นคนคอยสอน และตรวจการบ้านให้คะแนนว่านายผ่านมั้ย


* DSCF0573.JPG (581.18 KB, 800x600 - ดู 389 ครั้ง.)

* DSCF0581.JPG (497.57 KB, 800x600 - ดู 381 ครั้ง.)

* DSCF0577.JPG (515.58 KB, 800x1067 - ดู 43 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_2.JPG (898.24 KB, 800x1067 - ดู 43 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_3.JPG (360.03 KB, 800x600 - ดู 362 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 15, 2016, 12:01:27 AM โดย ironear7 » บันทึกการเข้า
Dockaturk
Hero Member
*****
กระทู้: 811



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 11:45:57 PM »


ผมสนุกกอยู่พักใหญ่กับการเล่นน้ำ ร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งมาถึง และกระโดดลงมาจอยกัน ผมเห็นพวกเขาขึงเชือกจากฝั่งขวาไปซ้ายผ่านกลางแอ่งน้ำของน้ำตก คาดว่าคงมีอะไรๆ สนุกๆ ให้เล่น ซึ่งใจจริงผมก็อยากจะขอลองด้วย แต่เนื่องจากเวลาที่ไล่หลังเข้ามาให้รีบกลับ เลยต้องย้ายตูดที่แช่น้ำขึ้นมาบนฝั่ง นุ่งเสื้อผ้า ออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าต่อไป

สถานีถัดไปที่ผมนึกได้ก่อนกลับเข้าในเมือง คือดอยม่อนเงาะ ข้อมูลในหัวที่มีตอนนั้น ทราบจากเจ้าหน้าที่อุทยานว่าอยู่จากนี้ห่างไม่มาก ป้ายบอกทางเข้าดอยม่อนเงาะที่ผมเพิ่งผ่านก่อนเข้าน้ำตก และภาพที่เห็นในเฟซบุ๊คเพื่อน เป็นหน้าผาที่มองออกมาแล้วเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อน

ผมขับรถออกจากน้ำตกย้อนกลับมายังเส้นทางเดิม ตาก็สังเกตป้ายฝั่งซ้ายมือไว้ว่า เมื่อไหร่จะเจอปากทางเข้า จะได้ไปถ่ายแสงเย็นทัน แต่ขับไปขับมาก็ยังไม่เห็น จนเลยมาไกลจะถึงทางหลวงหมายเลข 107 ในใจตอนนั้นก็คิดแล้วว่า น่าจะเลยแน่นอนชัวร์ เลยต้องขับรถวนกลับมา ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ว่า ผมขับเลยมาไกลมาก

ป้ายบอกเข้าไปในทางระบุไว้ราวๆ 20 กิโลเมตรด้วยกัน กับเวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว นาทีนั้นคิดว่า ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางทัน แต่ผมก็ยังขับไปเรื่อยๆ ต่อ จนสุดท้ายก็ต้องจดและยอมศิโรราบว่า คงไม่ทันแล้ว

เมื่อไม่ทันก็ปรับโหมดเป็นชมวิวข้างทางแทน ซึ่งก็ได้ไร่ข้าวโพด ทุ่งนาตามเชิงเขาแถวนั้นเป็นที่พักผ่อนใจ

แสงสีทองของตะวันตอนเย็นที่กำลังลับขุนเขา สาดทอแสงลงมายังทุ่งนาสีเขียวที่อีกไม่กี่เดือนรอวันเก็บเกี่ยว เป็นภาพความสวยของธรรมชาติที่เรียบง่าย ที่ผมยินดียืนยิ้มให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก โดยมีเสียงลั่นชัตเตอร์ของกล้องทำหน้าที่เก็บภาพความทรงจำไว้

ดอยม่อนเงาะ ไปไม่ถึงไม่เป็นไร วันหลังยังมีให้ไปใหม่ และแน่นอนว่าถ้ามีโอกาสเราก็จะไปทันที ไม่มีคำว่าเดี๋ยวไว้ค่อยไป แล้วมานั่งเสียใจทีหลัง ส่วนวันนี้แค่ตะวันลับฟ้า บอกว่าเราหมดเวลา แล้วรอเช้าวันใหม่ ให้ดวงตะวันทอแสงเฉิดฉาย เป็นความหมายโดยนัยว่า ได้เวลาเริ่มต้นลงมือแล้วทำ

ลงมือทำสิ่งที่อยากทำ เดินหน้าลุยมัน ทำตามฝัน ที่เหลือไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ก็ยอมรับไว้ด้วยใจที่โอเค

“ฮาคูน่ามาทาท่า ไม่เห็นต้องกังวล ปล่อยมันไปน่ะสุขแท้ เรื่องร้ายไม่เคยมี ท่องไว้ดีๆ ฮาคูน่ามาทาท่า”

ขอจบแบบนี้ล่ะกันครับ


* DSCF0577657775_4.JPG (416.06 KB, 800x600 - ดู 370 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_5.JPG (343.27 KB, 800x600 - ดู 355 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_6.JPG (352.97 KB, 800x600 - ดู 364 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_7.JPG (244.26 KB, 800x600 - ดู 352 ครั้ง.)

* DSCF0577657775_8.JPG (338.67 KB, 800x450 - ดู 358 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 15, 2016, 12:04:14 AM โดย ironear7 » บันทึกการเข้า
auto
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 5725


**Chiang Mai, I love you**


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2017, 03:31:52 AM »


 :onio:
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ขึ้นบน พิมพ์ 
จองที่พักราคาถูกทั่วประเทศโทร 053266550-2  |  เชียงใหม่ - ข้อมูลเกี่ยวกับเชียงใหม่ - ที่พัก โรงแรม การเดินทาง วัดจังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหาร สถานที่เที่ยวกลางวัน กลางคืน ฯลฯ  |  แนะนำ น้ำตกที่น่าเที่ยวของเชียงใหม่  |  หัวข้อ: น้ำตกหมอกฟ้า : สายหมอกของธารน้ำ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.112 วินาที กับ 20 คำสั่ง