ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มิถุนายน 26, 2017, 03:41:18 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ประกาศ การกระทำใดๆ  เพื่อที่จะให้กระทู้ตัวเองมาอยู่อันดับต้นๆ ประจำ หากพิจารณาแล้วว่า ไม่เกิดประโยชน์กับผู้เข้าชม  ก็รับสิทธิ์โดนแบนเหมือนกันครับ

ที่พักเชียงใหม่ | ที่พักเชียงใหม่นิมมานเหมินทร์ | ที่พักเชียงใหม่ถนนคนเดินวันเสาร์ | ที่พักเชียงใหม่ถนนคนเดินวันอาทิตย์ | ที่พักเชียงใหม่ในเมือง | ที่พักเชียงใหม่ประตูท่าแพ | ที่พักเชียงใหม่ใกล้สนามบิน | ที่พักแม่ริม | ที่พักหางดง | ที่พักดอยอ่างขาง | ที่พักปาย | ที่พักเชียงราย | ที่พักแม่ฮ่องสอน | ที่พักปายใกล้ถนนคนเดิน | ที่พักปายติดแม่น้ำ

จองที่พักราคาถูกทั่วประเทศโทร 053266550-2  |  เชียงใหม่ - ข้อมูลเกี่ยวกับเชียงใหม่ - ที่พัก โรงแรม การเดินทาง วัดจังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหาร สถานที่เที่ยวกลางวัน กลางคืน ฯลฯ  |  แนะนำ อุทยานแห่งชาติ, วนอุทยานแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่  |  หัวข้อ: พาไปปลีกวิเวกกับจุดพักรถระหว่างทางที่ "อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้" 0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พาไปปลีกวิเวกกับจุดพักรถระหว่างทางที่ "อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้"  (อ่าน 1236 ครั้ง)
konhuleg
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2015, 05:41:10 AM »


มารู้ตัวว่าช่วงหลังๆ ตัวผมเองห่างจากสถานที่เที่ยวธรรมชาติค่อนข้างจะเยอะ

อันนี้คือมาสังเกตจากภาพที่ตัวเองถ่ายมา เวลาผมได้ไปเที่ยวธรรมชาติ มันจะกดชัตเตอร์มาเยอะ และมักถ่ายออกมาได้ดีกว่าถ่ายอันอื่น (ไมได้คิดไปเองด้วยนะ) และเหตุผลที่ไปโยงเกี่ยวกับภาพถ่ายนั้น  เพราะผมใช้เวลาซึมซับกับธรรมชาตินานพอสมควร และแน่นอนเมื่ออยู่กับธรรมชาตินานๆ แสดงว่าผมโหยหามันอย่างเต็มที่ เหมือนคนที่กำลังตายอดตายอยาก ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

ก่อนออกเดินทางมาค้นๆ ดูหาข้อมูลในเน็ตเกี่ยวกับที่เที่ยว อ.ดอยสะเก็ด ก็มาพบกับอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ตามความรู้สึกตัวเองก็ต้องบอกว่ามันไม่ค่อยจะคุ้นหู เปิดๆ ไล่อ่านดูไปเรื่อย ก็เออ น่าสนใจดีตรงที่มันเป็นจุดพักรถระหว่างทางจากเชียงใหม่ไปเชียงราย ว่าแล้วก็ไม่รอช้าล่ะครับ ขับมอเตอร์ไซค์บิดไปกันในช่วงบ่ายสามของวัน

ผมยังคงเลือกใช้เส้นทางเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด มุ่งหน้าไปทางเชียงราย จากตัวเมืองเชียงใหม่ พอขับเลยอำเภอดอยสะเก็ด มาอีก 15 กิโลเมตร ก็จะเห็นอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้อยู่ทางขวามือ ถึงตรงนั้นก็เลี้ยวรถแวะกันเข้าไปเลย ที่จอดมีกันเยอะแยะ

ซ้ายมือเป็นฐานบัญชาการของเจ้าหน้าที่มีป้ายคำว่า “ยินดีต้อนรับ” ผายมือ ด้านหลังลึกเข้าไปหน่อยเป็นร้านอาหาร (แต่ไม่มีคนขาย?) ส่วนขวามือเป็นลานจอดรถโล่งๆ จอดได้หลายคัน และถ้าเดินกันลงไปก็จะเจอลำธารขนาดเล็กไหลเอื่อยให้ได้ชม ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ นั้น เดี๋ยวจะมาลงลึกกันอีกที

สำหรับข้อมูลทั่วๆ ไปนั้น เกี่ยวกับอุทยาน อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอบ้านธิ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสูงตั้งแต่ 400-2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้น 1 อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ปิง ภูเขาเป็นภูเขาหินปูน มีป่าเบญจพรรณป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า ขึ้นอยู่โดยทั่วไปตามสภาพพื้นที่และความสูงของภูเขาจากระดับน้ำทะเลปานกลางต่างๆ เป็นป่าต้นน้ำของห้วยแม่ตะไคร้ ห้วยแม่ออน ห้วยแม่ทา และห้วยแม่กวง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง มีพันธุ์ไม้มีค่าและสัตว์ป่าที่สำคัญหลายชนิด และประกอบด้วยจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อย่าง น้ำตก อ่างเก็บน้ำ เขื่อน หน้าผา และยอดเขาที่สูงเด่น เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 320,750 ไร่ หรือ 513.20 ตารางกิโลเมตร

อ่านดูไปกันคร่าวๆ ก็พอจะรู้ว่าอุทยานแห่งนี้มีของดีพอสมควร ส่วนตอนหน้ามีอะไร ไว้มาตามกันต่อครับ




* DSCF5946.JPG (227.91 KB, 800x531 - ดู 409 ครั้ง.)

* DSCF5947.JPG (302.63 KB, 800x531 - ดู 417 ครั้ง.)

* DSCF5949.JPG (287.03 KB, 800x531 - ดู 419 ครั้ง.)

* DSCF5979.JPG (365.98 KB, 800x531 - ดู 446 ครั้ง.)

* DSCF5950.JPG (312.84 KB, 800x531 - ดู 408 ครั้ง.)

* DSCF5951.JPG (350.84 KB, 800x531 - ดู 408 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2016, 11:47:07 AM โดย TripChiangmai » บันทึกการเข้า
DDjung
Sr. Member
****
กระทู้: 375



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2015, 10:23:59 AM »


ดูแล้ว อยากไป  909
บันทึกการเข้า

blacksheep
Jr. Member
**
กระทู้: 59



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2015, 10:51:35 AM »


ต้องหาโอกาส ไปเที่ยวเชียงใหม่
บันทึกการเข้า

konhuleg
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 20, 2016, 04:47:00 PM »


เป็นธรรมดาที่ก่อนจะพาไปเที่ยวไหน ผมต้องขออนุญาตสอดใส่สาระของเรื่องก่อนค่อยไปมันส์ เพราะไม่อย่างงั้นมันจะไม่ค่อยได้เรื่อง (ปกติก็ไม่ค่อยได้เองกันอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ)

เกริ่นไปกันบางส่วนแล้วล่ะว่าอุทยานมีสภาพเป็นยังไง คราวนี้มาดูที่มาที่ไปกันจริงๆ จังๆ บ้างว่าก่อนที่จะเป็นอุทยานนั้น เป็นอย่างไรกันมาก่อน

เริ่มด้วย เมื่อปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านแม่ตะไคร้ ได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพเป็นไปด้วยความยากลำบาก ราษฎรมีความเป็นอยู่แร้นแค้น พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพและส่งเสริมคุณธรรม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงถาวร พอกินพอใช้ตามอัตภาพ และให้ยึดถือหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพการครองเรือน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในท้องถิ่นที่ใกล้เคียง

ต่อมาทรงมีรับสั่งและมีหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการ ให้กรมป่าไม้ โดยกองอุทยานแห่งชาติดำเนินการจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาค้นคว้าตามธรรมชาติ การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธารและสัตว์ป่า โดยให้ดำเนินการสนองพระราชดำริในการปรับปรุงพื้นที่เป็นที่อยู่ธุดงค์สถานของพระภิกษุสามเณร และเป็นที่ปฏิบัติธรรมของประชาชนทั่วไป ให้ชื่อโครงการว่า “โครงการพัฒนาชนบทยากจนตามพระราชดำริ” การดำเนินการตามแผนงานโครงการเบื้องต้น ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานเลขานุการ กปร. จึงนับได้ว่าเป็นวนอุทยานที่มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น

ต่อมาในปี 2530 วนอุทยานแม่ตะไคร้ ได้ส่งข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น เพื่อยกฐานะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งให้ นายโกศล สงศิริ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3 ไปทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และในปี 2531 อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ได้รายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่ของวนอุทยานที่ดำเนินการอยู่แล้ว และพื้นที่ป่าผนวกเข้าเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา ป่าแม่ออน อำเภอสันกำแพง และป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร เป็นพื้นที่ป่าประกอบด้วยสภาพป่าที่สมบูรณ์ และมีอิทธิพลต่อพื้นที่ลุ่มน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมของราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญนานาชนิด สัตว์ป่าชนิดต่างๆ ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง เหมาะสมที่จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

ส่วนตอนหน้าจะมาเล่าถึงจุดเด่นทางธรรมชาติกันบ้างว่า อุทยานแห่งนี้มีอะไรให้เราได้สนใจหันมองไปดูในความงามของธรรมชาติกัน



* zb_201.jpg (295.66 KB, 800x531 - ดู 231 ครั้ง.)

* zb_202.jpg (295.43 KB, 800x531 - ดู 238 ครั้ง.)

* zb_203.jpg (253.8 KB, 800x531 - ดู 228 ครั้ง.)

* zb_204.jpg (92.98 KB, 800x533 - ดู 231 ครั้ง.)

* zb_205.jpg (335.93 KB, 800x531 - ดู 231 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
konhuleg
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 20, 2016, 04:49:59 PM »


จำได้ว่าเล่าไปถึงลักษณะภูมิประเทศกันไปแล้วว่าอุทยานแห่งนี้เป็นยังไง ทีนี่เราจะมาเล่าถึงจุดเด่นทางธรรมชาติที่ทิ้งไว้เมื่อตอนที่แล้วกันต่อครับ

เริ่มกันที่ลักษณะภูมิอากาศก่อนแล้วกัน สภาพภูมิอากาศในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน โดยอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 32 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส กรณีอย่างที่ผมมาในช่วงต้นหน้าฝน กลางวันอากาศก็ถือว่าเย็นสบายกาย สบายใจกันไปเลยทีเดียวครับ

ในส่วนของพืชพรรณและสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติแม่ตระไคร้นั้น สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า โดยมีชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก แดง ประดู่ ยาง จำปี ก่อ ตะแบก ตะเคียน สน มะค่าโมง เต็ง รัง ไผ่ชนิดต่างๆ เป็นต้น และมีพืชชั้นต่ำพวกมอส เฟิน ขึ้นปกคลุมตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้บริเวณป่าดิบเขา ส่วนสัตว์ป่าประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง กวางป่า กระต่ายป่า ลิง ชะนี เม่น อีเห็น เสือ หมูป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบสัตว์จำพวกนกชนิดต่างๆ เช่น นกกางเขน นกแซงแซว นกหัวขวาน นกขุนทอง อีกา และนกฮูก เป็นต้น

หมดช่วงเวลาแห่งสาระ ก็จะพามาสำรวจพื้นที่กันตรงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ตระไคร้บ้าง โดยผมจะขอเริ่มพาสำรวจกันจากฝั่งซ้ายมือไปก่อนเลยนะครับ (หันหลังให้ถนนเส้นหลัก แล้วหันหน้าเข้ามายังทางเข้าอุทยาน ซ้ายมือๆ จำไว้)

เดินลงมาเราจะเจอลำธารขนาดเล็กครับ เลียบเลาะริมลำธารจะเป็นสนามหญ้าสีเขียว เอาไว้เดินเล่น และเป็นที่กางเต็นท์พักแรมได้ น้ำในลำธารเนี่ย ดูเหมือนว่าจะไม่ลึกมาก สามารถเดินลงไปเล่นได้ ซึ่งก็จะมีแค่บางส่วนเท่านั้นที่อนุญาตให้ลงไปเล่น บางส่วนก็จะถูกปักป้ายห้ามกันเอาไว้ครับ ทั้งนี้ริมลำธารบางช่วง ก็จะมีศาลาและม้านั่งเล็กๆ ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจกัน และจากพื้นที่กางเต็นท์ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอห้องน้ำที่เอาไว้บริการแกนักท่องเที่ยวเวลามาเที่ยว (และพักค้างแรม)

พื้นที่บริเวณฝั่งนี้จะเห็นได้ว่า มันค่อนข้างจะเขียวชอุ่มชุ่มชื่นกัน ทั้งจากต้นไม้ใบหญ้า และลำธาร ซึ่งมันก็เขียวจนแบบว่าผมอยากจะนั่งสัมผัสกันนานๆ เลยทีเดียว เพราะติดใจในความเขียว กับบรรยากาศที่เงียบสงบ อันสุดแสนจะสบายใจ

ส่วนตอนหน้า จะพาไปสำรวจพื้นที่อีกฝั่งที่เหลือกันครับ


* zb_301.jpg (282.06 KB, 800x531 - ดู 234 ครั้ง.)

* zb_302.jpg (337.79 KB, 800x533 - ดู 234 ครั้ง.)

* zb_303.jpg (326.06 KB, 800x531 - ดู 228 ครั้ง.)

* zb_304.jpg (353.25 KB, 800x531 - ดู 223 ครั้ง.)

* zb_305.jpg (328.09 KB, 800x531 - ดู 226 ครั้ง.)

* zb_306.jpg (320.87 KB, 800x531 - ดู 223 ครั้ง.)

* zb_307.jpg (307.66 KB, 800x531 - ดู 220 ครั้ง.)

* zb_308.jpg (376.88 KB, 800x531 - ดู 222 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
konhuleg
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 20, 2016, 04:52:05 PM »


สำหรับพื้นที่ที่จะพาไปสำรวจที่เหลือจากนี้นั้น เป็นฝั่งขวามือกับฝั่งตรงข้ามที่ต้องเดินข้ามสะพานไป และที่แรกที่จะพาไป คือฝั่งขวามือกันนี่แหละ ตรงที่เป็นลานจอดรถ

ตรงนี้จะเหมือนกับฝั่งที่แล้วคือ มีศาลาและม้านั่งริมลำธาร ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจไปกับสายน้ำในลำธารกัน จากนั้นพอเดินกันไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสะพานไม้ข้ามไปยังที่ทำการ บ้านพัก กับจุดกางเต็นท์

ข้ามมายังฝั่งนี้จะเห็นได้ว่าป่าไม้ค่อนข้างที่จะหนาทึบมาขึ้นตามลำดับ พื้นที่จะเป็นเนินชันขึ้นไป เห็นบ้านพัก และที่ทำการในบริเวณดังกล่าว ถ้าเทียบกับฝั่งตรงข้ามที่เดินมา ก็ต้องบอกว่า ฝั่งนี้น่าเดินเล่น และนั่งเล่นกันมากกว่าครับ

ในส่วนของกิจกรรมที่มีให้ทำตรงที่ทำการอุทยานนี้ คือ ชมวิวทิวทัศน์ของลำธาร กับแคมปิ้ง และถ้าใครอยากสัมผัสธรรมชาติกันมากกว่านี้อีก ในตัวอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ให้ได้เลือกจิ้ม กันอีกเยอะแยะครับ ซึ่งจะอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งนี้ ตามพิกัดที่ตั้ง โดยที่เที่ยวที่ผมคัดสรรมานั้น ก็มีดังนี้

อย่าง จุดชุมทิวทัศน์ กม.6 อยู่ระหว่างเส้นทางสายแม่ตะไคร้-ห้วยแก้ว จุดที่ 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 6 สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำปาง จุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดที่ 1 ประมาณ 600 เมตร สามารถชมทิวทัศน์ภูเขาเป็นแนวยาว และตัวเมืองเชียงใหม่
   
ดอยลังกา มีความสูง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีทุ่งหญ้าปกคลุมยอดเขาเป็นบริเวณกว้าง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ดอกหอมชูจะบานสะพรั่งทุ่งหญ้า เดือนเมษายน-พฤษภาคม ดอกกุหลาบพันปีจะบานชูช่อสวยงาม ต้องเดินทางเท้าเข้าไป 12 กิโลเมตร อาศัยความอดทนและระมัดระวังตลอดเส้นทางอย่างมาก ทั้งนี้ต้องนอนค้างคืน 1 คืนด้วย

น้ำตกตาดเหมย เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดของอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ สูงประมาณ 15 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 16 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาในกิ่งอำเภอแม่ออนและอำเภอสันทราย ในช่วงฤดูร้อนที่ฟ้าใสจะมองเห็นไกลไปถึงตัวเมืองลำพูน เชียงใหม่ และดอยสุเทพ เมื่อเดินทางถึงด่านตรวจที่ 3 ต้องเดินเข้าป่าผ่านป่าดิบแล้งซึ่งมีต้นไม้ให้ชมมากมาย เช่น ตะเคียน ยางนา ยางแดง ฯลฯ รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก

น้ำตกแม่ตะไคร้ เป็นน้ำตกชั้นเดียวมีความสวยงามแปลกตา การเดินทางเข้าไปชมน้ำตกจะพบกับพันธุ์ไม้ป่ามากมาย เช่น เห็ดป่าสีสันสวยงาม มะม่วงป่า มะไฟป่า รวมถึงดอกไม้ป่าที่สวยงามและมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร
   
อ่างเก็บน้ำแม่ตะไคร้ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมาก มีความร่มรื่น ทิวทัศน์สวยงาม และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยผาแหน อ่างเก็นน้ำห้วยขมิ้น อ่างเก็บน้ำ ห้วยบง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตะไคร้ เขื่อนเก็บน้ำแม่กวง เขื่อนห้วยแม่ออน

เอาเป็นว่าใครอยากมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ การมาเริ่มต้นเที่ยวตรงที่ทำการอุทยานก่อนใครเพื่อน ถือเป็นการออกตัวที่ดีกันไม่น้อย ก่อนจะตามเก็บสถานที่เที่ยวอื่นๆ ในตัวอุทยานกันครับ


* zb_401.jpg (257.71 KB, 800x531 - ดู 223 ครั้ง.)

* zb_402.jpg (287.88 KB, 800x531 - ดู 223 ครั้ง.)

* zb_403.jpg (407.83 KB, 800x531 - ดู 220 ครั้ง.)

* zb_404.jpg (293.76 KB, 800x531 - ดู 218 ครั้ง.)

* zb_405.jpg (347.7 KB, 800x531 - ดู 214 ครั้ง.)

* zb_406.jpg (317.38 KB, 800x531 - ดู 217 ครั้ง.)

* zb_407.jpg (355.57 KB, 800x531 - ดู 223 ครั้ง.)

* zb_408.jpg (309.5 KB, 800x533 - ดู 217 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
DDjung
Sr. Member
****
กระทู้: 375



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 21, 2016, 11:54:48 AM »


สวยมาก
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ขึ้นบน พิมพ์ 
จองที่พักราคาถูกทั่วประเทศโทร 053266550-2  |  เชียงใหม่ - ข้อมูลเกี่ยวกับเชียงใหม่ - ที่พัก โรงแรม การเดินทาง วัดจังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหาร สถานที่เที่ยวกลางวัน กลางคืน ฯลฯ  |  แนะนำ อุทยานแห่งชาติ, วนอุทยานแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่  |  หัวข้อ: พาไปปลีกวิเวกกับจุดพักรถระหว่างทางที่ "อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้" « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.114 วินาที กับ 20 คำสั่ง